Title :: Silent...เงียบหน่อยนะจ๊ะที่รัก

Author :: CRAZE

Status :: T.O.PxG-DRAGON

Pairing :: Choi Seung Hyun and Kwon Ji Yong ft. YB, SR,DS

Genre :: Romantic Comedy

Rate :: ?????



cp.3



ตลกเป็นบ้าเลยนะควอนจียง ที่จู่ๆก็มารู้สึกดีกับคำขอบคุณของไอ้คนไร้มารยาทคนนี้ แต่ความรู้สึกนี้ก็อาจจะเป็นกับทุกคนก็ได้นะ ที่คนไร้มารยาทแบบนี้จะขอบคุณซักครั้ง แต่ก็เอาเถอะ ยังไงก็ตาม นายก็อยู่ที่นี่ไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ หายแล้วก็ไปซะเถอะ ชิ้วๆไป๊ๆ



จู่ๆซึงฮยอนก็ยื่นกระดาษกลับมาอีกครั้ง โปะเข้าไปที่หน้าของผมอีกครั้งหนึ่ง



'นอนล่ะนะ’



“โอเค ^__^o”

.
.




เชี่ย!!!!



จู่ๆกูไปโอเคกับมันทำส้นตีนตึกอะไรเนี่ย!!




ไอ้บ้านี่มันเขียนไอ้ตัวอักษรตัวนี้เสร็จ แล้วแม่งก็นอนลงต่อหน้าต่อตาของผมทันที แถมผมยังพยักหน้างึกๆอีกต่างหาก เคลิ้มนิดเคลิ้มหน่อย อย่ามาทำเป็นเจ้าเข้าเจ้าของบ้านคนอื่นนะเฟ้ย! ถึงบ้านนี้มันจะเล็ก จะแคบจะอยู่อย่างอัดๆ กระเบียดกระเสียน แต่ก็มีความสุขที่ได้อยู่ในบ้านหลังนี้มานับหลายปีนะเว้ย!!




ตอแหลใหญ่และกู =_=;;




ถึงจะอยู่มาได้แค่ไม่กี่วัน แต่นี่มันก็คือบ้านของผมนะ ผมไม่สามารถนำคนที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้ามาอยู่ไม่ได้หรอก เอาล่ะ! ผมต้องลากไอ้บ้านี่ออกไปทั้งๆที่แม่งยังนุ่งผ้าขนหนูชูฟูฟ่องอยู่นี่แหละ




ผมจัดการดึงขา...ไม่สิ! ลากตีนเลยดีกว่า ลากให้มันตกลงมาจากโซฟา แต่ก็...



อึ้บ!!




แผละ!!




แม่งกินควายเข้าไปหรือไงฟะ!! T_T ห่า!! หนักอย่างกะแหลกควายเข้าไป 10 ตัว แค่มันเอาขาหน้ามาฟาดคอผม ผมว่าผมสลบไปได้หลายสิบวันเลย ให้ตายเถอะ! ผมปล่อยขามันลงกับโซฟาเหมือนเดิมแล้วก็นั่งหอบแฮ่กๆอยู่ข้างๆเหมือนหมาหอบแดด




ผมว่าคงต้องปลุกมันขึ้นมาคุยและเจรจาพาทีกันให้รู้เรื่องเสียแล้วไม่งั้นเสียเวลาทำม
าหากินเลี้ยงชีพชอบของผมหมด




‘นี่มึง!!!’



อันนี้คือเสียงในความคิดผม....




“นี่นาย”




เผอิญว่าต้องพูดอย่างสุภาพๆ เพราะผมน่ารัก เรียบร้อย พูดน้อย เรียนเก่ง ปลูกต้นไม้ รักเด็ก กีฬาเด่น เน้นคุณธรรม นำสู่สังคม บ้านเมืองร่มเย็น จิตใจผ่องใส น้ำใจไมตรี ยินดีนะจ๊ะ =_=(คติอะไรของกูน่ะ)



ผมเอามือจับไปที่ผ้าเช็ดตัวแล้วก็กระตุกมันเล็กน้อยเผื่อมันจะสะดุ้งแล้วเด้งขึ้นมาจ
ับเอาไว้ไม่ให้หลุด แต่ตอนนี้ผมดึงจนมันจะกองไปหล่นอยู่ทื่พื้นแล้ว มันก็ยังคงนอนต่อไปอย่างไม่เกรงกลัวฟ้าดิน หน้าด้านหน้าชังจริงเชียว



ชิท! บ้านกูนะเฟ้ย! อย่ามาทำเป็นนอนยิ้มกะลิ้มกะเหรี่ยนะ! ผมว่าคงต้องใช้ไม้ตายแล้วล่ะ...




ใช้ไม้อ่อนแม่งพูดกันไม่รู้เรื่องใช่มั้ย!!!




เอาล่ะนะ!!





ย้ากกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!


.
.
.



“ฉันไหว้แล้วล่ะ T_T อย่ามาอยู่ที่นี่เลย แค่ตัวคนเดียว ฉันก็จะเอาตัวเองไม่รอดแล้วนะ ขอร้องล่ะนะ”




ผมยกมือผงกๆ เพื่อเป็นการขอร้องบุรุษหน้ากอลิล่าคนนี้ มันเหล่ตาขึ้นมามองผมเล็กน้อยก่อนจะเด้งตัวขึ้นมาจากโซฟาแล้วก็จ้องหน้าผมอย่างใกล้ช
ิดสนิทสนมกว่าเดิม เฮ้ย! ทำไมโคลสอัพคราวนี้มันใกล้จังวะ!




เชี่ยแล้วไง!




กูไปอยู่บนตักมันตั้งแต่เมื่อไหร่ฟะเนี่ย!!!!!!!!!!!





พอรู้สึกตัว ผมก็เด้งตัวเอง หมุนตัวท้อปสปิน ตีลังกายสกายวอร์ค ลงไปกองอยู่ที่พื้นล่างโซฟาทันที ตายห่า!!




ไยเราจึงไม่รู้ตัวเลยซักนิดล่ะเนี่ย T-T(มันอยู่ในความต้องการส่วนลึก)




ไอ้ซึงฮยอนอะไรนี่มองจ้องมาที่ผมพร้อมกับเหมือนส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง ซึ่งผมไม่รู้เรื่องการส่งสัญญาณทางสายตาเสียด้วย และเหมือนมันจะรู้แกว เลยชี้ๆจิ้มๆไปที่ตัวเอง แล้วก็ทำท่าเหมือนใส่เสื้อ





เอ๋!




หรือจะถามว่าเสื้อมันอยู่ไหน!




อ๋า!!




ใช่แน่ๆเลย ผมเลยชี้ไปที่หน้าต่างด้านนอก ที่มีเสื้อเปียกๆแฉะๆ แขวนเอาไว้อยู่ อย่าบอกนะว่ามันจะใส่แล้วออกไปเลยน่ะ! O_O




โอ้เยส!!


ควอนจียงทำมือเยสๆอย่างสะใจ พร้อมกับรีบปรี่ตัวไปเอาเสื้อผ้ามาให้คนตัวสูงใส่ทันที แต่ยังไม่ทันจะก้าวไปถึงชุด ก็มีไอ้บุรุษหน้ากอลิล่า เดินตัดหน้ามาหยิบเสื้อไปซะก่อน เหอะ! ก็ยังดีวะ! เราจะได้ไม่ต้องเหนื่อยเดินไปหยิบเอง ฮิฮะ สบายใจ




ซึงฮยอนล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อพร้อมกับหยิบบัตรอะไรบางอย่างขึ้นมา แล้วก็ยื่นมาให้ผม ผมเลยรับมันมาอย่างงงๆ แล้วก็มองไปที่บัตรนั้นอย่างสนใจ เอ๋...


.
.
.



นี่มัน!!! O_O


.
.
.


บัตรเหี้ยอะไรวะเนี่ย =_=




บัตรสีทองๆเป็นประกายๆ ดูไปดูมาก็สวยดีนะ เอาบัตรลดซูชิมาให้ทำไมเนี่ย ผมไม่เข้าใจที่คนๆนั้นกำลังกระทำกับผม ผมเลยเอาบัตรยื่นไปให้เขาดูแล้วพูดออกมา




"ฉันไม่กินซูชินะ =_= เอาบัตรลดมาให้ทำไม"




เขามองหน้าผมเหมือนกับมาจะงับหัวอย่างนั้นแหละ! เอ้า! อะไรฟะ! ก็คนไม่กินซูชิไม่เห็นต้องโกรธเลยนี่นา ปั๊ดโธ่เว้ย! ก็คนมันไม่กินอ่ะ แล้วจะให้ทำยังไง ถึงจะเอาบัตรลดมาให้กูก็ไม่กินหรอกเฟ้ย!



ซึงฮยอนเอานิ้วจิ้มไปที่อะไรซักอย่างบนบัตรนั้นแล้วยื่นกลับมาให้ผมอีกครั้งนึง



ผมสะกดมันช้าๆก็ได้ศัพท์คำนึงว่า














A...T...M


.
.
.
.
.





ชื่อร้านซูชิเหรอวะ =O=




โอ๊ะ! ไม่สิ ไม่ใช่ชื่อร้านซูชิ มันเป็นบัตรเอทีเอ็มต่างหาก! ผมว่าคนอ่านอาจจะด่าผมว่าไอ้ฟายแล้วก็ได้ เห๊อะ! ผมไม่โง่ขนาดที่จะแยกบัตรส่วนลดกับบัตรเอทีเอ็มไม่ออกหรอกนะ(แต่มึงโชว์โง่เต็มๆ)




"นายเอามาให้ฉันทำอะไร"



'เอาไปร่อนเล่นมั้ง'



อ้าวเฮ้ย! มันไปหยิบกระดาษ กับดินสอมาตอนไหนวะเนี่ย แล้วเขียนด่าผมได้เร็วมากๆ อะไรฟะ!




'ฉันให้นายเอาไปใช้เลย รหัส XXXX'




"เฮ้ย!! จริงดิ๊ O_O"




ผมตาโตเท่าไข่ห่าน ไข่หงส์แดง ไข่ผีแดง ไข่สิงโตคำราม เกิดมาเป็นลูกผู้ชายห้ามคืนคำนะเฟ้ย! ถ้าคืนคำนี่หมามากๆเลยล่ะ




'อืม...แต่'





มันมีแต่ด้วยล่ะครับ ชิบแล้วไง...ไอ้คนที่เกริ่นแต่มาเนี่ย แม่งได้เปรียบทุกรายเลยว่ะ อะไรกันเนี่ย ทำไมต้องมีแต่ด้วยวะ!! มีและ มีหรือ มีคือ มีกับ ไม่ได้เหรอไง ทำไมต้องมีแต่!!




"อะไรอ่ะ"




ผมถามเขาออกไปก็ได้คำตอบกลับมาอย่างหน้าประหลาดใจ




'ฉันจะขออยู่ที่นี่ด้วย'






"โห๊ะ! ^__^ แค่นี้เองเหรอ ฮ่าๆๆ สบายมากเพื่อน"





ผมตบบ่าคุณซึงฮยอนคนนี้สองสามแปะเพื่อเป็นพิธี ถือว่าเราเป็นแฟมิลี่กันล่ะน้า ส่วนตังค์นี่ก็ของฉันทั้งหมด วะฮะฮ่า!! ผมมองบัตรนี้อย่าหัวใจพองโตประหนึ่งเหมือนได้เจอกับรักแท้อะไรประมาณนั้น





"เอาเป็นว่า เริ่มแรกนะ เดี๋ยวฉันจะไปขอยืมเสื้อผ้าจากคนอื่นมาให้นายลองใส่ก่อน จะได้ออกไปข้างนอกซื้อของได้น่ะ ฉันว่าฝรั่งไซส์แบบนายมีเยอะแยะ"




ซึงฮยอนพยักหน้าอย่างว่าง่ายพร้อมกับเดินนำฉันไปที่ประตูทันที อ้าวเฮ้ย! ไยมึงเหมือนเจ้าของบ้านอย่างนี้ล่ะวะ ผมเลยรีบปรี่ไปที่ประตูตามเขาไปทันที




และทันทีที่ผมก้าวออกมาจากห้องก็ทำให้ผมรู้สึกสับสนไปหมด กูจะเลือกห้องไหนดีเนี่ย! เอาเป็นว่า เลือกห้องข้างๆแล้วกัน คงจะต้องเป็นห้องฝั่งขวามือเพราะว่าห้องทางฝั่งซ้ายยังไม่มีคนย้ายเข้ามาอยู่ ผมเลยจัดการเดินไปเคาะประตูสองสามที




ก๊อก ก๊อก ก๊อก

.
.
.

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

.
.
.

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

.
.
.



ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก ฯลฯ (เครื่องหมายนี้บ่งบอกให้รู้ว่า แม่งยังมีอีกหลายก๊อกต่อไป)




นี่มึงดูการ์ตูนอยู่หรือไงฟะเนี่ย!! ทำไมไม่มาเปิดประตูซักทีวะ!




แต่แล้วซักพักก็เหมือนมีอิทธิฤทธิ์บังเกิดผล เพราะจู่ๆ ประตูก็เปิดออกมาทันที...




แอ๊ด~




"ah..~ Ha...Hallo"


ผมกล่าววาจาออกไปเรียบๆ จะไม่ให้เรียบได้ยังไง มีศัพท์อยู่แค่นี้จริงๆ ทั้งเนื้อทั้งตัวและหัวผม ตอนนี้คิดได้เท่านี้




"^_________^"




และมันยิ้ม =_=;;




มึงไม่ต้องยิ้มให้กูจริงใจขนาดนั้นก็ได้นะ กูเกรงใจเหงือกมึงน่ะ ดูท่าทางจะเหมือนคนเอเชียแหะ ตัวก็พอๆกับผม แต่ดูตันๆกว่าหน่อย แถมยังยิ้มตาหยีทันทีที่ได้เจอกัน ฝรั่งแม่งเข้าใจยากชิบๆเลยว่ะ



เอาไงดีเนี่ย! จะบอกเขาว่าขอยืมเสื้อผ้าหน่อย ภาษาอังกฤษมันอะไรวะ เอาไงดีล่ะทีนี้ ผมหันไปหาตัวช่วยคนนึงซึ่งกำลังยืนล้วงแคะแกะเกาอะไรซักอย่างอยู่ที่ประตู โดยที่ไม่ได้สนใจผมเลยซักนิดเดียว แมร่ง!! นี่มันธุระมึงแท้ๆนะเนี่ย!! ไยกูจะต้องมาทำให้ด้วย




แต่ถึงจะทำยังไง ไอ้ตัวช่วยนี้ก็ไม่มีทางทำสำเร็จอยู่ดี แต่ไม่ใช่เพราะมันพูดอังกฤษไม่ได้ แต่แม่งไม่พูดเชี่ยอะไรเลยต่างหาก เอาวะ! ผมลองใช้ไอ้ศัพท์ แคท ด็อก บุ๊ค นี่ดูหน่อยแล้วกันนะ





"ah! This is a books"

(ซับเกาหลี : คุณมีเสื้อผ้าให้ผมยืมหรือเปล่า คนข้างๆของผมเขาต้องการจะใส่น่ะครับ เขาเป็นเพื่อนของผมเอง เขาทำกระเป๋าเสื้อผ้าหายน่ะ)





แม่ง! กูพูดนิดเดียว ทำไมมึงแปลซะยาวเชียว! แล้วกูดันเสือกเติมS ต่อหลังให้ดูมีภูมิฐานด้วยหน่อยนึงว่า หนังสือเล่นนี้มีหลายเล่ม แต่แม่งจะฟังกูเข้าใจมั้ยเนี่ย T_T




"อ๋อ! มีสิ เป็นของคนที่เขาเคยมาเช่าห้องนี้มาก่อนน่ะ เขาไม่ได้เอากลับไป ไซส์คงพอดีกัน"




อ้าวเหี้ย!!




แม่งเสือกฟังกูรู้เรื่อง แถมยังพูดภาษาเกาหลีใส่ผมซะไฟแล่บออกจากปากไปยังกระเพาะอาหารอีกต่างหาก นี่มันอะไรกันวะเนี่ย!!




"คุณเป็นคนเกาหลีเหรอ O_O"




"^_________^"




เสือกยิ้มจริงใจแทนคำตอบอีก อะไรวะเนี่ย!!! วันนี้ทำไมเจอแต่เรื่องประหลาดๆทั้งนั้นเลยวะ ควอน จียงอยากจะบ้าตายชักตายดิ้นลองไปนอนกับพื้นจริงๆเลย




"แล้วคุณฟังผมรู้เรื่องได้ยังไง"



ทั้งๆที่กูมั่วภาษาปะกิดแหลกลานขนาดนี้




"ผนังห้องมันบางน่ะ พวกคุณพูดอะไรผมได้ยินหมดตั้งนานแล้ว ^_________^"




พูดจบมันก็ยิ้มด้วยความจริงใจต่อ อ้าวชิท! แล้วเวลากูเปิดหนังโป๊นี่ กูเปิดโวลลุ่มสูงสุดเลยนะเนี่ย! ห่า! ไอ้เราก็นึกว่าประเทศนี้ผนังเขาจะหนาแบบสุดตีน อากาศไม่มีทางทะลึ่งแทรกตัวเข้าไปในห้องได้ แต่นี่อะไรฟะ! มันบางขนาดได้ยินทุกคำพูดเลย แล้วงี้หนังโป๊กูจะดูยังไงเนี่ย!(มึงยังห่วง)




“เดี๋ยวผมให้คุณยืมเสื้อผ้าไปก่อนแล้วกัน ไม่งั้นเพื่อนคุณหนาวตายชักเลย”




ผมหันไปมองคนข้างๆที่นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเดินโทงเทงห้อยย้อยไปมา แถมยังตั้งหน้าตั้งตาแคะแกะอะไรก็ไม่รู้ที่ประตูห้องของผมอีกต่างหาก =_= มันแงะอะไรของมันฟะ!


.
.
.
.
.
.



เวลาผ่านไปซักพัก ไอ้คุณเชวนี่ก็แต่งตัวเสร็จ ผมเข้ามาในห้องของคนใจดีที่ชื่อว่าคังแดซอง แล้วไอ้ที่ผมเปรยๆเอาไว้ว่าแม่งดูการ์ตูนอยู่หรือไง ปรากฏว่า...




แม่งดูจริงๆ!




แถมดูโดเรม่อนภาคภาษาปะกิดอีกต่างหาก เสียงห่วยแตกชิบเป๋งเลย พากษ์ยังไงของมันฟะ เสียงโดเรม่อนหล่ออย่างกะพระเอกเกาหลี ถุย!




“ใส่ได้พอดีเลยนี่นา”




ผมหันไปพูดกับคุณเชวคนนี้ แล้วเขาก็มองหน้าผมนิ่งๆเฉกเช่นเดิม เอาเถอะ อยู่ไปอยู่มาก็เริ่มชินแล้วล่ะ ที่การกระทำของตัวเองเหมือนกับคนบ้าที่พูดพล่ามอยู่คนเดียว โดยไม่มีเสียงตอบรับอะไรเลย เรื่องนี้มึงเอาค่าตัวไปครึ่งเดียวแล้วกันนะ เสียงแรงเปล่าๆ




“ไปซื้อของกัน...เอ่อคุณคังครับ! ขอบคุณมากๆเลยนะครับ”




ผมหันไปพูดกับไอ้หน้าตาย แล้วก็หันไปขอบคุณแดซอง



“^_____________^”



ยิ้มจริงใจไชโยเช่นเดิม...


.
.
.
.
.
.



ผมเดินออกมาข้างนอกบ้านพร้อมกับเงินประมาณ 200 ปอนด์ คุณอย่าถามเลยครับว่าผมเอาเงินพวกนี้มาจากไหน ไอ้หมอนี่มันรวยของจริงครับ เพราะก่อนที่ผมจะออกจากบ้าน ข้างล่างตึกมีตู้เอทีเอ็มผมก็เลยลองกดดู ผมไม่อยากจะบอกจำนวนตัวเลขในบัญชีหรอกครับ เพราะมันเยอะจนผมตายลาย ขนาดถอนมาแค่นี้ผมก็หัวใจจะวายแล้วล่ะครับ




“งั้นเราไป Argos กัน โอเคมั้ย”




ไอ้หน้าตายไม่พูดอะไรพร้อมกับเดินนำผมไปทันที อ้าวเฮ้ย! ไม่คิดจะรอกันแถมยังชิ่งไปก่อนอีกต่างหาก อะไรฟะเนี่ย

.
.
.



เมื่อมาถึงที่Argosผมก็จัดการให้เขาเลือกของใช้ได้ตามสบายใจเชิ้บๆ เพราะเขาคงต้องเป็นตัวเงินตัวทองให้ผมอีกต่อไป(เหมือนแอบด่า) และในระหว่างที่ผมกำลังเดินดูของเพลินๆนั้นผมก็รู้สึกเหมือนคันๆที่ตูดยังไงชอบกลไม่
ใช่ว่าผมคันเองนะ เหมือนมีอะไรมันมาเลื้อนอยู่แถวๆนั้น




พอผมจับลงไปปั๊บก็พบกับมือปริศนาที่ผมไม่อาจจะเห็นหน้ามันได้ เพราะมันวิ่งหนีไปแล้ว




ชิท!



แถมแม่งยังพากระเป๋าตังค์ของผมไปด้วยอีกต่างหาก!! ไอ้ชั่ว นั่นลูกกู!!!














TBC....



บลาๆๆ มาอัพอย่างรวดเร็วสุดยอดค่ะ 555+ รู้สึกว่าเปลี่ยนตัวอักษรด้วยนะเนี่ย ไม่งั้นไม่ไหว 55+

บอกแล้วว่าช่วงนี้อีหนูเล็กเครื่องฟิตสตาทติดง่าย ปกติ 1 ตอน = 1 เดือน 55+

ทำไมยิ่งหลายตอนขึ้น ยิ่งหยาบคายหยาบโลนขึ้นเนี่ย T______T เพื่อเพิ่มรสชาติในการชมค่ะ ทนๆฟังมันหยาบหน่อยนึง 555+อัดอั้นมานาน

ตอนนี้พิมไปก็นึกภาพไป ขำตอนนังโป้มันแคะๆประตู ก๊ากกกก!!! นึกภาพแล้วอุจาดตามากๆ อะไรกันเนี่ย!!

สงสัยกับนิสัยโป้มากเลย งง ตกลงจะนิ่ง จะบ้า หรือจะ....โอ๊ยย!! เขียนเองงงเองค่ะ

ขอบคุณทุกคนที่มาเม้นนะคะ ^^ เพราะตอนนี้รู้เลยว่า การแต่งฟิคมันมีความสุขมากๆ รู้แล้วว่าคนแต่งฟิคทำไมถึงขยันแต่งกันจังเลย เพราะนี่ขนาดนิยายยังไม่กระเตื้อง แต่ฟิคนี่ปั่นเอาๆ 555+

รู้สึกปราบปลื้มกับทุกๆคอมเม้นมากๆเลยค่า ถึงจะน้อย แต่เม้นกันยาวเหยียด คือปลื้มอ่ะ บอกตรงๆ อ่านแล้วสนุก อ่านแล้วรู้สึกเหมือนกับเราจะได้รู้จักกับทุกๆคน

อยากแต่งให้จบแล้วลองทำเป็นเล่มดูจัง เพราะปกติแต่งแต่นิยายแล้วขายให้เขา 555+ ครั้งนี้อยากขายเองบ้าง(แต่ใครจะซื้อฟะ)

ปล. ตอนหน้าจะมาอีกไม่ช้า แต่เม้นกันหน่อยเถิดหนาคนดี จุ้บๆ ^3^

 

 

 

 

 

 

edit @ 21 Apr 2009 15:44:36 by KWONNOOLEK™

 

มาต่อตอนที่ 2 อย่างรวดเร็วรุนแรงแซงทางโค้งค่ะ

Title    :: Silent...เงียบหน่อยนะจ๊ะที่รัก

 

Author :: CRAZE

 

Status  :: T.O.P×G-DRAGON


Pairing :: Choi Seung Hyun and Kwon Ji Yong ft. YB, SR,DS


Genre  :: Romantic Comedy

 

Rate     :: ?????

 

cp.2 

ตอนนี้ในห้องของผมกลายเป็นวงกลมขนาดใหญ่ที่หน้าจอทีวี เพราะอะไรเหรอครับ ก็เพราะว่าผมกำลังเดินเป็นวงกลมในเวลาที่นานพอตัว ตอนนี้ผมจะทำอย่างไรดี ผมเก็บเขากลับบ้านมาแล้ว เก็บกลับมาทำไมวะกู! แค่ตัวเองก็จะเอาไม่รอดอยู่แล้ว รังแต่จะเอาคนอื่นมาเพิ่มภาระให้ตัวเอง

 

 

 

  หากแต่ตอนนั้นคนๆนี้ไม่ตกอยู่ในสภาพที่หน้าเต็มไปด้วยเลือดและเนื้อตัวมีแต่บาดแผลเต็มไปหมด ผมคงไม่นำเขากลับมา  ผมเป็นคนจิตใจดีเป็นที่สุดในโลกหล้าไงล่ะครับ ทำยังไงได้ ผมเลยต้องลากไอ้หมอนี่ที่ตัวเหมือนกอลิล่ากลับมาบ้านที่เหมือนรังหนู 

 

"ฉันจะเอายังไงกับนายดีวะ!"

 

 

 

ผมหันไปพูดกับร่างที่ไร้สตินั้น และหน้าก็ยังคงเต็มไปด้วยเลือด...

 

 

ตายล่ะ!

 

 

ถ้าเบาะผมเปื้อนทำยังไงดีเนี่ย บ้านนี้ผมก็เช่าเขาอยู่ด้วย ซวยๆๆ ต้องรีบหายาหาผ้าอะไรหน่อยแล้ว...

 

ผมเดินวนไปรอบห้องเผื่อจะเจอยาหรืออะไรบ้าง...

 

 

โธ่เอ๊ย!

 

 

นี่กูเอายาไปไว้ไหนหมดวะเนี่ย หาตามซอกหลืบ ซอกเตียง หัวนอนอะไรๆก็ไม่มี อย่าบอกนะว่าอยู่ในส้วม ใครเขาจะเอาไปไว้วะ!

 

 

ผมจัดการเดินไปเปิดประตูห้องน้ำก็พบกับกล่องยาสามัญประจำบ้านทันที เฮ้ย! ใครแม่งเอาไปไว้วะ ห้องนี้ผมก็อยู่คนเดียวด้วย อย่าให้จับได้นะว่าใครแม่งโง่เสือกเอายาไปไว้ในส้วม(ใครล่ะ -_-)

 

 

 

ผมเดินไปที่โซฟาพร้อมกับเอาผ้าที่ชุบน้ำหมาดๆโปะลงไปที่ใบหน้านั้นทันที อ๋า~เลือด เลือด เลือด ทั้งนั้นเลย ผมแทบจะเบามือที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ ไมใช่ว่าผมกลัวเขาจะเจ็บแต่อย่างใด แต่มือผมสั่นนี่สิ ยอมรับเลยครับว่าสั่นกลัว ไม่ได้สั่นสู้

 

 

 

 

แผลที่หัวค่อนข้างจะแตกเยอะพอสมควรเพราะดูจากรอยบาดแผลแล้ว แผลไม่ค่อยลึกเท่าไหร่แต่ยาวน่าดู ดีนะครับที่เป็นตรงหน้าผาก ถ้าเลยมาทางหน้านี่เสียโฉมทีเดียว พอเช็ดหน้าเช็ดตามแขนขาเสร็จ ผมก็เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขา นอกจากตัวจะกอลิล่าแล้ว หน้าตายังกอลิล่าอีกต่างหาก ท่าทางมนุษย์พันธุ์หมอนี่ต้องสืบเชื้อสายมาจากลิงโดยตรง

 

 

 

ผมจัดการใส่ยาเอาผ้าพันแผลโพกไปที่หัว แล้วไม่ลืมเขียนคำว่ากู้ชาติลงไปด้วย บ้า! ผมไม่เล่นดีกว่า เสี่ยงคุกเสี่ยงตาราง ผมจัดเขาที่นั่งอยู่ให้นอนลงทันที แต่ด้วยเสื้อผ้าที่เปียกชื้นเล็กน้อยกลัวว่าจะทำให้เบาะโซฟาเปลอะ ผมเลยจัดการถอดเสื้อผ้าของเขาออก

 

 

 

 

ผมไม่ใช่เกย์ ผมไม่อาย ของตัวเองก็มีเหมือนๆกันจะอายทำไม แต่ว่าไซส์ของผมกับหมอนี่ เอ่อ...มันต่างกัน...เล็กน้อย ใช่! เล็กน้อยเท่านั้น ต่างกันไม่มากหรอก(ไม่อยากยอมรับ) แต่ผมไม่มีขนาดที่พอเหมาะให้เขาเลยนี่สิ เสื้อผ้าอีกต่างหาก หมอนี่ใส่ไปเสื้อผ้าผมขาดชัวร์ เอาเป็นว่า นุ่งผ้าเช็ดตัวไปก่อนแล้วกัน

 

 

 

 

 

ผมห่มผ้าให้ด้วยเพราะรู้ว่าต้องหนาวโคตรๆอย่างแน่นอน ขนาดผมใส่ครบชุดยังจะทนแทบไม่ไหว แต่หมอนี่ไม่ใส่อะไรเลย คงจะขนลุกขนพองพอตัว เอาเสื้อผ้าไปอบแห้งซักพักก็คงเสร็จ แล้วคราวนี้ภาระจะได้หมดไป

 

 

ผมจัดการเอาของที่ซื้อมาออกจากถุง ผมลืมบอกไปน่ะครับว่า พอผมเก็บเขากลับบ้านมา ผมก็ปล่อยให้เขานั่งอยู่แบบนี้ก่อนแล้วออกไปซื้อของ เพราะคิดว่ายังไงก็คงไม่ตายหรอก เพราะถ้าจะตายคงตายตั้งแต่โดนเขาโยนลงมาจากรถแล้วล่ะ ผมเลยรีบออกไปข้างนอกแล้วรีบกลับมา

 

 

ของที่ซื้อก็ล้วนเป็นแต่ของสำเร็จรูปทั้งนั้น ที่ผมซื้อมาเยอะพอสมควรคงจะเป็นบะหมี่แล้วก็กิมจิ ที่นี่มีขายด้วยสิครับน่าแปลกจัง แถมมีทรงเครื่องทุกอย่าง ผมก็เลยซื้อมาซะยกโหลกะกินแม่งทุกวันเลย ไม่เบื่อกันตายไปข้างนึงให้รู้ไป!

 

 

ผมต้มบะหมี่เสร็จก็มานั่งที่พื้นลานเอนกประสงค์ตรงข้ามกับทีวี หรือข้างล่างโซฟานั่นแหละ ลานนี้ใช้ทำประโยชน์ได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นนอน นั่ง เล่นหมากฮอต ปั่นแปะ โยคะ หรือจะเบรกแดนซ์ สามารถทำได้ทุกอย่าง แต่ทำได้แค่ทีละอย่างนะ เพราะมีอยู่ลานเดียว

 

 

ผมนั่งโซ้ยบะหมี่อย่างเอาเป็นเอาตายเหมือนขาดสารอาหารมาเป็นสิบปี แล้วจู่ๆเสียงๆหนึ่งก็ดังขึ้นมาข้างๆหูผม

 

 

"อื้อ..."

 

 

อื้อ...

 

อื้อคือใครวะ -_-;; โอ๊ะ! ไม่ใช่สิ เสียงหมอนี่มันครางนี่หว่า ผมเลยเงยหน้าขึ้นไปมองมัน แล้วจู่เขาก็พลิกนอนตะแคงข้างแล้วหน้ามันก็มาจ่อที่หน้าผมพอดี

 

 

เฮือก!!

 

 

ผมเป็นผู้ชายนะ แต่ก็ไม่อยากยอมรับอยู่ดีว่าหมอนี่มันหล่อแอทแทคจริงๆ หลอกระแทกเบ้าตาจังๆ ขนาดแม่งบาดเจ็บหัวแบะขนาดนี้ยังสามารถแอทแทคผมได้ ถ้าเกิดมันปกติแล้วจะขนาดไหนวะ!!

 

 

พรึ่บ!

 

 

"เหวยยย!!"

 

 

นั่นคือเสียงของผมเอง ที่กระโดดเหยงออกมาจากตัวโซฟา ก็เพราะจู่ๆไอ้บ้านี่ก็ลืมตาขึ้นมาแล้วก็โคลสอัพมาที่หน้าของผม เล่นเอาตกอกตกใจหมด เสียงขวัญซะเกือบต่อมแรดแตก

 

 หมอนั่นลืมตาขึ้นมามองหน้าผมโดยที่ไม่พูดอะไรซักคำเดียว ไม่พูดอะไรเลย แถมยังลุกขึ้นนั่งแล้วก็จ้องหน้าผมต่อ...

มันบ้าป่ะวะ!

 

 

 

นี่กูพาคนบ้าเข้าบ้านแน่ๆ

 

 

มีอย่างที่ไหน คนเพิ่งฟื้นแล้วทำท่าทางแบบนี้ เขามีแต่จะตกใจ ปิดนู่นปิดนี่ที่มันเปลือยออกมาแล้วตะโกนออกมาว่า 'ช้างกูอยู่ไส!!'

 

 

 

อ่อ! ไม่ใช่สิ นั่นมันต้มยำกุ้ง สงสัยผมดูหนังไทยมากไปหน่อย เขาจะต้องตะโกนออกมาเขา 'นี่ผมอยู่ที่ไหน คุณทำอะไรผม' บลาๆๆ เท่าที่ผมจะคิดออกตามหนังก็มีเท่านี้แหละ แต่นี่เปล่าเลย กลับลุกขึ้นมาแล้วมองผมนิ่งๆ

 

 

แปะ!

 

 

แล้วมันนอนต่อ!!!

 

 

พระเจ้าครับ! ช่วยบอกผมทีว่าผมเอาใครเข้าบ้าน!! ไม่พูด ไม่ถาม ไม่หือ ไม่อือ ไม่เชี่ยอะไรทั้งนั้นเลย แถมยังนอนต่อได้หน้าตาเฉย ผมเลยต้องเป็นคนไปโคลสอัพเขาเองทันที

 

 

 

"You!"

 

 

 

ผมใช้ภาษาอังกฤษที่ผมมี ซัดเข้าไป อย่านึกล่ะว่าภาษาของผมมีเยอะมากขนาดนั้น ศัพท์ง่ายๆของผมก็คือ Yes No OK Thank you I love U ก็แค่นี้ ผมมีติดตัวเท่านี้จริงๆ ผมยังงงๆอยู่เลยว่า ตม. ให้ผมผ่านเข้ามาได้ยังไง

 

 

 

และแล้วหมอนี่ก็ลืมตาขึ้นมาจ้องหน้าผมประหนึ่งกับว่ารำคาญเต็มทน...

 

 

 

อะไรกันวะ! นี่กูช่วยมึงนะเฟ้ย! หัดลุกขึ้นมาเช็คแฮนด์จับมือแล้วพูดว่า 'ขอบคุณมากๆนะครับที่ช่วยผม' หน่อยสิ กูรอมึงจนรากขึ้นหัวแล้วนะเว้ย! และผมก็ต้องเป็นคนออกปากเอง

 

 

 "I...I...I help you!!"

(ซับเกาหลี : กูช่วยมึงนะ!)

 

 

 เวลาผมพูดควรจะมีซับด้านล่างกันเอาไว้เผื่อใครไม่เข้าใจ ผมรวมศัพท์ได้เท่านี้จริงๆ ไม่เข้าใจก็คงจะเป็นเรื่องของมึง

แล้วล่ะ คุยกับฝรั่งที่หน้าเหมือนเอเชียเป็นครั้งแรกแบบใกล้ชิด ศัพท์ในหัวของผมเริ่มวิ่งพล่านไปทั่วตัว ศัพท์ยากๆไม่รู้จักผุดขึ้นมา แม่งผุดออกมาแต่คำง่ายๆ แคท ด็อก บุ๊ค แล้วกูจะคุยกับมันรู้เรื่องมั้ย

 

 

 

และแล้วมันก็ทำหน้าเหมือนว่าจะรำคาญผม แล้วก็หลับตานอนลงต่อ

 

 

 

"SHIT!!"

 

 

 

 อยากด่าเป็นภาษาอังกฤษให้เจ็บแสบกว่านี้แต่ผมมีคำนี้ติดตัวอยู่คำเดียว ใครก็ได้สอนผมแร็พด่าเป็นภาษาอังกฤษที

ผมชักจะทนไม่ไหวเลยต้องไปดึงตัวหมอนี่ขึ้นมานั่ง แล้วแหกตามันออกมา

 

 

 

"ผมช่วยคุณเอาไว้ หากว่าคุณเข้าใจที่ผมพูดก็พยักหน้าด้วย!"

 

 

เอาล่ะ กูแร็พเป็นเกาหลีแล้ว หากมึงฟังได้แล้วรู้เรื่องคือเก่งมากๆ

 

 

พับ!

 

 

เฮ้ย! แม่งพยักหน้า

 

 

"รู้เกาหลีด้วยเหรอ"

 

 

ผมถามออกไปด้วยความทีใคร่รู้อีกที เผื่อเมื่อกี้มันฟลุด แบบฝรั่งเดามั่วๆแล้วเสือกถูกไง

 

 

พับ!!

 

 

เฮ้ย!! แม่งพยักหน้าอีกแล้ว เอาล่ะ เผื่อฟลุดอีกรอบแบบว่า มันมั่วๆ อ๋า~ ใช่ๆ เผื่อแม่งมั่ว

 

 

"ผมหล่อมากๆเลยใช่มั้ย" กูขอให้แม่งมั่วหน่อยเหอะ

 

 

พับ~พับ!

 

 

เอ้าเชี่ย! มึงเสือกส่ายหน้าซะงั้น แสดงว่ามันต้องไม่รู้เรื่องแน่ๆ เพราะผมเป็นคนที่หล่อมากๆ(ยังไม่ยอมรับ)

 

 

"บ้านคุณอยู่ไหน"

 

 

"..."

 

 

เงียบฉี่...

 

 

 

ทำไมไม่ตอบวะ หรือว่าเป็นใบ้ เฮ้ย! บ้าสิ เป็นใบ้มันก็ต้องควบคู่ไปกับหูหนวก แต่หมอนี่มันฟังเราได้ยินแถมยังฟังเกาหลีออกอีกต่างหาก ไม่น่าจะเป็นใบ้ หรือว่าลิ้นด้วนวะ! ไปข่มขืนใครมาใช่มั้ยเนี่ย!!

 

 

"พูดไม่ได้เหรอ"

 

 

"..."

 

 

มันเงียบแล้วก็จ้องหน้าผมนิ่ง เฮ้ย! ผมเริ่มจะกลัวๆแล้วนะ หน้ามันดูไปดูมาก็โหดเลวซะด้วยสิ กูจะตายห่ามั้ยเนี่ย

 

 

 พับ~พับ

 

 

 

ในที่สุดมันก็ส่ายหัว อ้าว! ไม่ได้พูดไม่ได้แล้วทำไมไม่ตอบกูวะ!!

 

 

ผมนึกอะไรออกบางอย่างจึงเดินหาของรอบๆบ้าน และก็เจอสิ่งที่ต้องการนั่นคือ...

 

 

ดินสอ กระดาษ

 

 

ผมจัดการยื่นให้เขาและก็ถามทันที

 

 

"บ้านคุณอยู่ไหน"

 

 

เขาเขียนยึกยือๆลงไปในกระดาษแล้วก็ยื่นกลับมาให้ผม ผมรับมันมาแล้วก็ต้องผมกับข้อความในกระดาษที่เขียนว่า

 

 

'ไม่มี'

 

 

เอ้า! ไม่มีบ้าน...นี่กูรับคนเร่ร่อนมาเหรอวะเนี่ย ผมเลยถามเขากลับไปอีกครั้งนึง

 

 

 

"ผมช่วยคุณเอาไว้นะ"

 

เขาจัดการเขียนต่อลงไปในกระดาษแล้วส่งมาให้ผม

 

 

'รู้แล้ว'

 

 

 

แม่ง! อะไรวะเนี่ย กูนึกว่าจะเขียนขอบคุณ รู้แล้วงั้นเหรอ!! ทำคุณบูชาโทษว่ะเฮ้ย! อะไรกันเนี่ย ไม่ได้คิดอยากจะได้คำว่าขอบคุณหรอกนะ แต่มันเสียมารยาทชะมัดเลย

 

 

 

"ขอบคุณเป็นมั้ย" (ไหนมึงบอกไม่อยากได้)

 

 

เขาจัดการเขียนลงไปอีกครั้งแล้วก็ส่งกลับมา

 

 

'เป็น'

 

 

ไอ้!!!...แม่งเอ๊ย! ไอ้คำถามของกูเนี่ย มันไม่ได้ต้องการคำตอบ รู้จักมั้ย คำถามที่ไม่ต้องการคำตอบน่ะ ไม่ได้ถามว่าเป็นไม่เป็น

 แค่มึงสำนึกหน่อยแล้วก็ขอบคุณเนี่ย!!

 

 

"เออ!! จบกัน!"

 

 

 

ผมถอนหายใจหนึ่งเฮือกเพราะหน่อยกับคนๆนี้เหลือเกิน แล้วจู่ๆแผ่นกระดาษก็ยื่นกลับเขามาหาผมอีกหนึ่งครั้ง

 

'ขอบใจนะ ฉัน...เชว ซึงฮยอน'

 

...

 

...

 

และผมก็เอ่ยปากออกมา

 

"อื้อ...ฉัน...ควอน จียง"

 

 

 

 

 

TBC...

จบตอนสองอย่างเขินๆของอีควอน555+ อารมณ์ช่วงสุดท้ายจะดูอึ้ง กูรู้ว่ามึงหวั่นไหว 55+

ทำมันตอนนี้อีโป้นิสัยมันยังไงของมันฟะ! เขียนเองยังงงเอง

ฟิคนี้อีโป้นิสัยแปลก -_-;; เดาอารมณ์แม่งไม่ค่อยจะถูก 555+

ขอเม้นหน่อยนะเคิ๊ฟ 55+

 

 

 

 

edit @ 15 Apr 2009 21:56:59 by KWONNOOLEK™

16.55 น. 10/04/52

 

วันนี้เป็นวันดีที่เดียวที่ได้ลงฟิค ฮ่าๆ ความจริงก็ไม่มีอะไรมาก ฟิคนี้เป็นอารมณ์ชั่ววูบจริงๆที่แต่งขึ้น และมีคีย์เวิร์ดอยู่แค่คำเดียว คือคำว่าเงียบ แหมม..ดีจริงๆกู -_-;;

 

 พอได้คีย์เวิร์ดนี้ปั๊บ เปิดเวิร์ดแต่งทันทีตั้งๆที่พล็อตก็ไม่มี(กูช่างดีจริงๆ) แต่งปั๊บได้หนึ่งตอน 55+ เยี่ยมมากๆ ทั้งๆที่นิยายของตัวเองแทบไม่กระดิกเลยซักตัว T_T

 

กะว่าจะส่งต้นฉบับตอนกรกฎา ดูเหมือนความฝันจะพัง กรี๊ดดด~ เพราะ 2 เดือนยังได้อยู่แค่20หน้า แต่ฟิคนี่แต่งเอาๆ 55+ แรงบันดาลใจอะไรก็ไม่มี ขอบพระคุณจริงๆ

 

เอาล่ะ ไปเจอฟิค...ฟิค...ฟิคอะไรดีล่ะ -_-;; ให้คำนิยามมันไม่ถูก

 

เรียกสั้นๆว่าฟิคเงียบแล้วกัน แต่ไม่ได้เป็นใบ้นะ แล้วก็ไม่ได้ใช้ภาษามือหรือภาษาใจคุยกัน แค่มันเป็นฟิคเงียบเรื่องยาวเท่านั้นเอง 55+(แล้วกูจะอธิบายให้งงเพื่อ?)

 

 

 fgdascopy-1.jpg picture by noolekcrazy

มีโชว์โปสสะเตอร์กันเล็กน้อยถึงปานกลาง

Title    :: Silent...เงียบหน่อยนะจ๊ะที่รัก

 

Author :: CRAZE

 

Status  :: T.O.P×G-DRAGON


Pairing :: Choi Seung Hyun and Kwon Ji Yong ft. YB, SR,DS

 


Genre  :: Romantic Comedy

Rate     :: ????? 

 

Cp1. Start 

 

ความเงียบคือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง...            

   

หากแต่ความเงียบนั้น ได้ก่อเกิดจิตใจของทั้งสองรวมกันให้เป็นหนึ่ง...อีกคนคอยถาม อีกคนไม่พูด อีกคนคอยย้ำ อีกคนไม่พูด อีกคนคอยบ่น อีกคนไม่พูด อีกคนคอยความรักและอีกคน... 

 

ก็ไม่พูด... 

 

ถนนตรอกเล็กๆในย่านของชุมชนแออัด ร้านรวงต่างๆได้ตั้งแผงขายของกันอย่างเริงรื่น พ่อค้าแม่ค้าที่ดูละลานตา บางทีอาจจะเยอะกว่าลูกค้าเสียด้วยซ้ำ และในขณะที่ผม...

 

กำลังเดินอยู่ในตรอกนี้คนเดียว... 

 

ไม่แปลกอะไรที่จะเดินอยู่ที่นี่คนเดียวในเมืองลอนดอนแบบนี้ อากาศที่นี่กำลังดี แต่คงจะกำลังดีสำหรับพวกเขา แต่กับผมมันค่อนข้างที่จะหนาวทีเดียว หากแต่จะใส่เสื้อกันหนาวออกมาปิดหน้าปิดตาเหมือนโจรอาหรับก็ใช่เรื่อง ผมจึงได้แค่ใส่เสื้อกล้ามบางๆออกมาเท่านั้น 

 

ตอนนี้ผมได้ตระหนักแล้วว่า การเข้าเมืองตาหลิ่ว ไม่จำเป็นต้องหลิ่วตาตามเสมอไป เพราะมันทำให้ผมทรมารสังขารของตัวเองเข้ากระดูกดำ แต่ผมก็ทำได้แค่เอามือโอบตัวเองเอาไว้เพียงเท่านั้น การที่เดินออกมาซื้อของในตอนเช้าๆแบบนี้ มันไม่เป็นการดีสำหรับผมเลยแม้แต่น้อย แต่ผมก็ต้องมา

 

ผมไม่สามารถอยู่ที่นี่อย่างอดอยากไปตลอดชีวิตหรอกนะ ผมไม่ได้มาเรียน แต่ผมมาเที่ยว หากพวกคุณสงสัยว่าทำไมถึงตลอดชีวิต การมาเที่ยวครั้งนี้ของผมอาจจะไม่ได้สนุกอย่างที่พวกคุณได้วาดฝันเอาไว้ การมาที่นี่แบบไม่มีกำหนดกลับ จุดประสงค์ของผมไม่ได้ต้องการมาพักผ่อนหย่อนใจ หรืออยากจะท่องโลกกว้างอะไรทั้งนั้น... 

 

แต่ผม... 

 

กำลังหนี... 

ไม่ได้หนีจากความจริง ไม่ได้หนีจากสิ่งที่ตัวเองเกลียด และ ไม่ได้หนีจากคนที่รัก 

 

ผม...  

 

หนีหนี้...

 

ทุกคนอาจจะคิดว่า หนี้รัก สัญญาใจใช่ม้า~ เปล่าครับ หนี้จริงๆ หนี้ของจริง หนี้ก้อนใหญ่ๆที่สามารถทำให้ผมตายได้หากผมเบี้ยวไม่ยอมจ่าย หนี้ก้อนโตที่ผมไม่รู้เรื่องด้วยเลยในครั้งนี้ คนที่สร้างหนี้ให้ผม... 

 

ทงยองเบ 

 

คือเพื่อนสนิทของผมเอง 

 

ให้ผมค้ำประกันให้มัน แล้วมันก็โบกมือบ๊ายบายลาก่อนจรตูดไปเลย อย่าให้เห็นแม้แต่เล็บขบตีนนะมึง กูจะยำไม่ให้เหลือขี้ทีเดียว  

 

ผมก็เลยต้องขวักเงินเฮือกสุดท้ายในชีวิตของตัวเอง หนีมาที่นี่ ถ้าเกิดเงินของผมยังพอเหลือ ผมก็จะทำงานหาเงินที่นี่ซะเลย กลับไปที่โซลรังแต่จะตายคาตีนเปล่าๆ พูดไปก็เมื่อยปากและคันตีนอยากเตะเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดคนนี้ ตอนนี้ผมต้องหาของรับประทานประทังชีวิตของตัวเองก่อน เดินไปเดินมาก็หนาวทีเดียว ตอนเช้าๆน้ำค้างลงแน่ๆเลย ผมเป็นคนกระหม่อมบางนะ(ผมบางด้วย -_-) เข้าร้านกาแฟกินอะไรให้อบอุ่นหน่อยดีกว่า 

 

และตอนนี้เท้าของผมก็ได้ย่างก้าวเข้ามาในร้านเล็กๆแห่งหนึ่งซึ่งมันอยู่ไม่ไกลนักจากตัวตลาด ร้านนี้ไม่ได้หรูหราไฮโซเหมือนที่ไหนๆ แต่เข้ามาแล้วได้กลิ่นของกาแฟ ร้านที่มีแต่กลิ่นของกาแฟตลบอบอวนแบบนี้ ทำให้ผมนึกถึงบ้านของตัวเอง บ้านผมมักจะมีกลิ่นแบบนี้เสมอๆในขณะที่แม่ยังอยู่กับผม...

 

แต่ตอนนี้คงไม่มีกลิ่นนั้นอีกต่อไปแล้ว ผมจึงอยากจะเข้าร้านกาแฟที่มีกลิ่นอบอวนอุ่นๆของกาแฟ มันทำให้ผมนึกถึงแม่ของตัวเอง ผมสั่งมอคค่ามาหนึ่งที่พลางจิบมันอย่างสบายอารมณ์ มองออกไปทางด้านนอกหน้าต่างพบกับผู้คนที่เดินกันขวักไขว่มากมายหลายหลากทั้งการแต่งตัวและหน้าตา ทุกคนมีเวลาที่เร่งรีบของตัวเองซึ่งต่างกับผมในเวลานี้โดยสิ้นเชิง 

 

ผมมีความรู้สึกชิวๆ ชิวไปแล้วก็ชิวมา เหมือนชีวิตนี้มันโคตรไร้สาระในสารระบบคิดของผม อืม...ใช่ ชีวิตผมมันช่างไร้แก่นสารเสียจริงๆเลยพับผ่าซิ 

 

จิบไปจิบมาซะเพลิดทำให้ผมได้ยินเสียงดังจ๊วบนั่นเป็นสัญญาณว่าผมได้ดื่มลมเข้าไปเต็มๆนั่นคือกาแฟแก้วนี้ของผมมันได้หมดลงแล้ว ผมนำมือขวาล้วงเข้าไปในตูดกระเป๋าแล้วขวักกระเป๋าตังค์มันออกมา... 

 

แต่มันก็ทำไม่ได้อย่างใจคิด... 

 

ไม่ใช่ว่ามันออกยากแต่อย่างใด... 

 

แต่มันไม่ออก 

 

ไม่ออกคือมันไม่มีอยู่ในตูดผมเลย ไม่มีแม้แต่เศษกระดาษโพยหวย ไม่มีเศษตั๋วรถไฟ ไม่มีเชี่ยอะไรทั้งนั้นในกระเป๋าของผม ผมนึกขึ้นได้ทันทีว่า ผมวางกระเป๋าไว้บนเตียงก่อนจะเอาเจลใส่ผม 

 

ผลสุดท้าย... 

 

ผมก็ไม่ได้หยิบมันติดมือออกมา... 

 

คำๆนึงผุดขึ้นมาในความคิดทันที 

 

ชิบหายแล้ว 

 

เอาล่ะ ชีวิตวัย21ปีของควอน จียงคงต้องจบลงแต่เพียงเท่านี้ วันนี้ลาไปก่อน สวัสดีครับ......

 

 

ตลกไปใหญ่แล้วกู -_-;; ตอนนี้หน้าของผมลอกแลกเป็นพิเศษเหมือนพกระเบิดหรือขีปนาวุธเข้ามาในร้าน เหงื่อเง่อที่ไม่เคยหลั่งไหลวันนี้มันกลับพรั่งพรูออกมาโดยมิได้นัดหมาย ทั้งๆที่อากาศหนาวชิบหายแต่กูก็เหงื่อแตกได้เนอะ สติสตัง เริ่มไม่อยู่กับตัวกลัวเขาจะจับได้ว่าเรามีพิรุธแล้วกะชิ่งชักอาวุธแหลมคมไม่จ่ายตังค์ 

 

จะรับอะไรเพิ่มมั้ยครับ ^^” 

 

จู่ๆบริกรก็โผล่หน้าแฉลมออกมาแล้วส่งยิ้มหยาดเยิ้มประหนึ่งประกวดมิสโคเรีย ทำให้ผม ผมสะดุ้งเฮือกทันที แล้วก็ทำหน้าตาเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น 

 

ไม่ครับ ขอบคุณ 

 

และหลังจากนั้นเขาก็เดินจากไป ถ้ากูพูดว่า ไม่ครับ ขอบคุณ แค่แก้วนี้ผมยังไม่มีปัญญาจ่ายเลยมันจะกลับมากระโดดสกายคิกเสยยอดหน้าผมหรือเปล่า อันนี้ผมเลยไม่กล้าเปร่งวาจาออกไป และยังคงได้แต่ปิดปากเงียบเอาไว้

 

อ๋า...เราจะเงียบอยู่อย่างนี้ไม่ได้เสียแล้ว ของค้ำประกันร้านเราก็ไม่มี จะเอาเสื้อกล้ามกูไปมั้ย ยกให้เลย จะเอาไปเช็ดโต๊ะเช็ดตูดอะไรก็ได้ตามใจสบายแฮร์ แค่นี้ผมไม่แคร์สื่ออยู่แล้ว 

 

แต่พอนึกสภาพก็เริ่มแคร์นมตัวเอง ถ้าเกิดจะต้องเปลือยกายโชว์นมตอนนี้ นมผมอาจจะหนาวเหน็บก็เป็นได้ ทำยังไงดีล่ะเนี่ย ผมกำลังจะกลายเป็นคนวิกลจริตที่นั่งมองออกไปนอกร้านแล้วทำปากขมุบขมิบอยู่ตลอดเวลา พร้อมกับเปลี่ยนสีหน้าทุกๆ 5 วินาที 

 

บ๋อยๆ 

 

เป็นการเรียกที่บ้านนอกสุดหูรูด ทำไงได้ล่ะ ก็แถวบ้านผมเขาเรียกกันอย่างนี้นี่นา 

 

ครับ 

 

อีบริกรร้านนี้เขายิ้มหน้าแหลมกันทุกคนเลยหรือไงกันนะ มึงหารู้ไม่ว่าภัยกำลังจะมาถึงมึงในไม่ช้านี้ 

 

กาแฟร้านนี้รถชาติดีนะ 

 

ผมพูดพลางเอานิ้วเคาะโต๊ะไปด้วย ซึ่งไม่รู้ว่ากูจะเคาะทำไมเหมือนกัน เคาะแก้เก้อนิดนึงมั้ง 

 

อ่าครับ...ขอบคุณครับ เราคัดสรรของมาเป็นอย่างดี ประณีตทุกแก้วครับ 

 

พอกูชมทีเอาใหญ่เลยนะมึง -_- 

 

"อืม...วันหลังผมจะให้คนมาลงคะแนนตรวจ...อุ้ย! หลุดปาก 

 

ผมทำท่าเอามือปิดปกตัวเองพร้อมกับนั่งบิดๆเขินไปมาประหนึ่ง ลำไส้กำลังพันกับกระเพาะอาหารแล้วพานจะไม่ย่อย ขี้จะไม่ออกประมาณนั้น 

 

อย่าบอกนะครับ O_O ว่าคุณเป็นคนลงคะแนนตรวจร้านกาแฟ 

 

ชู่วว~เบาๆหน่อยสิ ฉันมาในฐานะผู้บริโภค นายกำลังทำฉันเสียแผนนะ 

 

ชั่วโมงตอแหลของผมได้เริ่มขึ้น ไอ้เรื่องแบบนี้ถนัดผมล่ะครับ ทำท่าชู่วปากแล้วนั่งกังวลให้เหมือนจริง แหม...รู้สึกเพลินจังเลย 

 

ได้ครับๆ เรื่องนี้ผมจะไม่บอกใครแน่นอนครับ 

 

ไอ้บริกรรีบพยักหน้างุดๆทันที และทำท่านอบน้อมประหนึ่งผมเป็นนายกเข้ามาเหยียบร้าน 

 

ดีมากๆ อ้ะ...เดี๋ยวเอาค่ากาแฟไปก่อน 

 

ผมทำท่าเอามือล้วงกระเป๋าเพื่อรออะไรบางอย่าง อ่านดีๆนะครับ รอ ไม่ได้ล้วงออกมา 

 

ไม่ต้องหรอกครับ ถือว่ากาแฟแก้วนี้ผมให้คุณชิมเพื่อเป็นตัวอย่างให้ร้าน แก้วนี้ผมเลี้ยงเอง 

 

รอคำๆนี้อยู่ไงล่ะ...แหม...การตอแหลถือว่าเป็นผลสำเร็จ ตามแผนเป๊ะ! 

 

แหม...เกรงใจจังเลย อยากจะต่อหลังว่า โง่จังด้วย

 

แต่เอาเถอะ เป็นแผนเอาตัวรอด คนอื่นอย่าลอกเลียกแบบนะผมจดลิขสิทธิ์เอาไว้แล้ว(มึงไปทำตอนไหน) 

 

ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณมากๆนะครับที่มาร้านเรา ยินดีต้อนรับครับ

 

 โอเค ^^ แล้วเดี๋ยวเจอกันวันตรวจร้าน 

 

ผมบอกมือบ๊ายบายน้องชายบ๋อยสก๊อยแมนคนนี้มาแล้วชิ่งเปิดตูดหนีออกจากร้านทันที ทำไมผมถึงเป็นคนฉลาดแบบนี้นะ ฮู่วว... สงสัยตอนนี้ต้องรีบๆกลับไปที่เฮาส์ที่รักของผมเสียก่อนแล้วล่ะ ไม่งั้นไม่มีเงินจะซื้อของแน่นอน 

 

ครืนนนน... 

 

เสียงท้องผมร้องหรือก็เปล่า... 

 

เสียงอาม่าคนที่ยืนอยู่ข้างๆร้องงั้นหรือ ก็เปล่า... 

 

ผมแหงมองขึ้นไปบนท้องฟ้าก็พบกับเมฆมืดครึ้มที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณย่านนี้แล้วมันก็... 

 

ซ่า....ซ่า.. 

 

อ้าว! เชี่ยแล้วไง ร่มผมก็ไม่มี ตอนนี้ผมเลยได้แต่วิ่งเด๊าะแด๊ะๆไปหลบฝนที่มุมถังขยะมุมหนึ่งเป็นมุมอับของตรอกย่านนี้ ผมหวังว่าหลังคาสังกะสีที่ไม่มีแดดชะเลียจะกันผมให้หลบฝนได้นะ 

 

ฟี้ยว!! 

 

พลัก!! 

 

เสียงรถที่มาด้วยความเร็วและมีเสียงเหมือนโยนถุงขยะหรือโยนอะไรบางอย่างดังอยู่ที่กองขยะข้างๆตัวผม ใครแม่งส่งเดชมาทิ้งขยะอะไรตอนนี้วะ มึงไม่เห็นคนน่ารักยืนยิ้มหลบฝนอยู่หรือไง(ทำไมต้องยืนยิ้ม -_-) 

 

ผมหันไปด่าไอ้รถคันสีดำนั่นเล็กน้อยว่า ไอ้เชี่ย!’ ซึ่งมันดังมาก... 

 

แต่มันก็ดังอยู่แค่ในใจผมเท่านั้นแหละ 

 

และต่อมเสือกผมก็ทำงานทันทีเพราะอยากจะรู้ว่า มันทิ้งอะไรลงมาจากรถ... 

 

และภาพที่ผมหันไปมองก็ต้องตกตะลึงงันงงงวยงมงายง้องแง้งงุกงิกง้อกง้อยงุงงุงงุกงุก 

 

นั่นคือ...

 

.

.

.

 

คนนอนอาบเลือด!!

 

 

 

 TBC...

จุ้บๆที่รัก55+

อีจีเจอของเด็ดแล้วไง หาเรื่องแล้ว -_- ทำไมเรื่องนี้มึงตอแหลเก่งจังจ๊ะ

นึกถึงหน้ามันตอนนั่งบิดแล้วขำตัวเอง55+ นึกภาพออกอย่างแฮง

เม้นกันหน่อยนะที่รักจุ้บๆ

เจอกันตอนหน้าจ้า ^3^

 

 

 

 

edit @ 11 Apr 2009 15:19:07 by KWONNOOLEK™