มาขอเวิ่นเว้อในพื้นที่ Exteen หลังจากที่ไม่ได้อัพมาเป็นแสนล้านชาติเศษ คราวนี้เป็นโมเมนท์ที่ไม่อัพไม่ได้จริงๆ จะอัพในfacebookก็ไม่ได้อายเขา แถมยังยาวอีกต่างหาก คงโดนรุมประณามว่าอีนี่มาเพ้อบ้าเพ้อบออะไร

 

เป็นอะไรที่ใครติดตามดู thevoicethailand จะเข้าใจ และเราเป็นผู้หนึ่งในล้านที่เชียร์นนคุง หรือน้องนนท์ ธนนท์ จำเริญที่เป็นแชมป์นี่เอง (เท้าความมานานไม่เข้าประเด็นเสียที) คือเอาเป็นว่าเชียร์ทั้งบ้าน เราได้แนะนำพี่ป้าน้าอาพ่อแม่ลุงดูกันหมด เพราะความเป็นกันเองและน่ารักของน้อง อ่อ! เกรียน กวนตีน บ้าบอ และที่สำคัญเสียงทรงพลัง มันทำให้เราอดรักเด็กคนนี้ไม่ได้

 

วันนี้ได้มีทัวร์คอนเสิร์ตมาลงที่ชลบุรี ปกติบ้านอยู่กรุงเทพแต่มาเรียนที่นี่เลยขออยู่ที่นี่ก่อนแล้วกัน เพื่อรอดูน้อง เราก็ไปรอตอนสี่โมงครึ่ง เพราะว่าดันไม่ได้ชิงบัตรกับเขา ไอ้เราก็...ไม่เป็นไรหรอก เกาะขอบรั้วก็ได้ ถึงได้เข้าไปข้างในก็อยู่หลังๆอยู่ดีเราขอมาร่วมสนุกก็แล้วกัน (ถ้าไม่อยู่ข้างหน้าก็ขอเต้นข้างหลังว่างั้นเถอะ)

 

พอใกล้ถึงเวลาคอนจะเริ่ม คนก็ยังไม่เต็ม พี่โจเอเอฟสองพิธีกรก็ขอให้เราเข้าไปข้างใน แต่เรารักรั้วตนเองเหลือเกินเลยไม่เข้า แต่สุดท้ายก็แพ้ภัยสุขภาพ ข้อเข่าเหมือนจะเสื่อมถ้ายืนนานๆโดยไม่ได้นั่ง ฮ่าๆๆ เลยตัดสินใจกับพี่ที่มาด้วยว่าเข้ากันเต๊อะ เก๊าถามหาแล้ว

 

เลยได้เข้าไปนั่ง หลังจากนั้นคงไม่ต้องเล่า เพราะนี่คือคอนเรากรี๊ดน้องนนท์อยู่แล้ว เด็กคนนี้มันอ้อล้อจริงๆจะบอกให้

 

Double Click on image to Enlarge.

 

(ถึงแม้จะกล้องไอโฟน แต่ถ้ามันอยู่หลังๆแล้วซูมตอนกลางคืนขนาดนี้ ก็กลายเป็นกล้องเซ็งเคร็งได้เหมือนกัน รูปแตกได้ทุเรศจริงๆ -_-)

 

จนพอเพลงสุดท้าย พี่ที่มาด้วยถามว่าจะไปข้างหน้าไหม เพลงสุดท้ายแล้วนะ เราก็คิดสักพัก...คือคนมันเยอะอ่ะ อยากนั่งเฉยๆ แต่ก็แบบ...ไปก็ได้ เราก็เลยไป จบประโยคสุดท้ายแล้วเราเพิ่งถึงหน้าเวที คือน้องมันจะดึงไมค์ขึ้นมาร้องเพลงประโยคสุดท้ายแล้ว แต่อีเราดั๊น ยื่นมือขึ้นไป น้องมันเห็นเลยเอามือที่จับไมค์มาจับเรา ร้องตะครุบคำแทบไม่ทัน โมเมนต์นั้นขำทั้งเราทั้งน้อง และเป็นอันว่าจบคอนเสิร์ต น้องลงเวที พี่ที่มาด้วยจะไปคุยกับพี่สวย เพราะพี่สวยชวนมาดูเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ประกวดโค้ก เราก็เลย...ขอห้อยติดสอยตามไปด้วย

 

แต่ตอนเราเดินไปพี่โจก็ประกาศประมาณว่าใครที่อยากถ่ายรูปกับศิลปินให้รอทางขวามือเวที...อ้าว เรามาพอดี ดันได้อยู่ติดขอบข้างหน้าเฉยเลย นับเป็นความโชคดีของเรา ศิลปินก็จะเดินวนๆเวียนๆกันไปมา พอพี่สวยพี่เก่งเดินมาก็คุยกันไปสักพักใหญ่ๆ แล้วก็จากไป...แต่สิ่งที่เรารอนี่มาช้าเกิ๊น หนูเดินหรือคลานมาลูก ฮ่าๆๆ เข้าใจว่าน้องนี่แคร์แฟนคลับทุกคนจริงๆ จุดนี้นับถือน้องมาก เดินลงมาจากเวทีร้องเพลงเหนื่อยๆ ยังต้องมาถ่ายรูปมอบลายเซ็นให้แฟนคลับเพิ่มอีก แต่เราก็ดีใจที่มีเซอร์วิสนี้นะ ฮ่าๆๆ แม้จะสงสารน้องอยู่ก็ตาม

 

และจุดพีคของเรื่องก็มาถึง (อ้าว! นี่เพิ่งถึงเหรอเนี่ย...กูหลอกคนอ่านมาตั้งนาน ฮ่าๆๆๆ) พอน้องเดินมาปั๊บเราก็เตรียมกล้องปุ๊บ แต่ต้องผ่านคุณพี่ๆที่อยู่ข้างๆเรามาก่อน ซึ่งพอคนแรกไป คนหลังจะรีบมาเสริม เราก็เรียกแบบ “นนท์เอ๊ยยย” “พี่รอนะลูก” “นนท์กรู๊วววว” ก็คือตามประสาเราอ่ะ ชอบเล่นอะไรไปเรื่อยจนแฟนคลับคนข้างหลังๆก็ขำ แต่เหมือนนนท์จะนึกว่าเราคงรอน้องนาน

 

ประมาณว่าน้องรู้ตลอดว่าเราอยู่ตรงนี้และจะถ่ายรูป แต่ภารกิจพิชิตกล้องของน้องต้องผ่านคุณพี่ให้หมดก่อน น้องเลยยื่นมือลอดแขนผ่านพวกพี่ๆ มาจับที่มือเราที่กำลังเกาะรั้วอยู่ ขณะที่น้องถ่ายรูปกับคุณพี่ แต่มือน้องจับมือเรา เฮ้ย!!! นี่แหละจุดพีคของเรื่องล่ะเว้ยเห้ย! เราก็ตกใจสิถามได้ เราก็จับมือน้องตอบเป็นเชิงว่า “จ่ะๆพี่รู้นะ ไม่ต้องรีบมาก ฮ่าๆๆๆ” คือโมเมนท์นี้ฟินกว่าตอนกอดน้องอีกว่ะ

 

พอน้องผ่านคุณพี่มาหาเรา อีเราก็แบบ เข้าอีหรอบป้าแขนสั้น “นนท์เอ๊ย ถ่ายกล้องหน้าแล้วกัน แล้วเอ็งถือกล้องด้วย พอดีพี่แขนสั้น ฮ่าๆๆ” น้องก็แบบ “ค้าบพี่ค้าบ” ออกมาเป็นรูปนี้ หน้าเราบานเท่าจานข้าวหมาบอกตรงๆ จุดนั้นรักมาก

 

frkX85.JPG [480x640px] ฝากรูป

 

เราก็เลยคุยกับน้องในเวลาอันจำกัด หลังจากควอนจียงแล้วพี่ก็รักเอ็งนี่แหละ ไม่เคยโหวตให้ใครเป็นกิจจะลักษณะเลย นี่เธอเป็นคนแรกเลยนะ น้องมันก็ปลาบปลื้มขอบคุณไปตามประสามัน เราก็เลยเนียน “พี่ไม่ได้มาบ่อย มากอดทีดิ”

 

เราเลยจัดไปหนึ่งดอก กอดพร้อมโยก คือน้องมันตัวสูงจริงๆ หน้าเราเลยต้องซุกไปอยู่ส่วนไหนก็ไม่รู้ หลังจากนั้นน้องก็ผ่านเราไป พี่สวยแวะมาคุยอีกรอบก็เลยคุยกันไป

 

พอพี่สวยไปน้องมันก็วนขากลับมาอีกรอบว่ะ เราก็เลย “เฮ้ยๆ มาขอรูปเดี่ยวหน่อย” และท่าสามัญคือสองนิ้วพร้อมปากเจ่อๆ แต่เรากลัวน้องมันรีบเลยรีบเอากล้องลง ผลปรากฏคือออกมาเป็นแบบนี้ เบลอสุดฤทธิ์

 

Double Click on image to Enlarge.

 

แล้วเราก็ตีเนียนอีกรอบ “มาๆ เดี๋ยวพี่กลับและ กอดอีกทีเดี๋ยวพี่ให้พร ขอให้ร่ำขอให้รวย ให้ถูกหวยทุกงวดนะลูก” สรุปเราได้กอดน้องไปสองรอบ จับไม้จับมืออีกนับไม่ได้ ถือว่ามาครั้งนี้ฟินแลนด์มากทีเดียว แต่โมเมนท์ที่สำคัญมันอยู่ในช่วงน้องจับมือเรานี่แหละ มันแรงกว่ากอดเยอะเลย

 

ไม่รู้ทำไมเราถึงรักเด็กคนนี้มากมาย เราเชื่อว่าสักวันเด็กคนนี้จะต้องเป็นศิลปินที่ดี และโด่งดังมากๆในอนาคต เพราะนิสัยของน้อง น้ำเสียงของน้อง และเสน่ห์ของน้องที่มันแพรวพราวบนเวที แคร์คนดูทุกคน จนตัวเองอาจจะต้องลำบาก เป็นนิสัยที่น้องติดตัวมาตลอด ไม่มีการหยิ่งใดๆ ไม่มีรีบ ไม่มีการแสดงว่าเหนื่อย ถ้าอยู่ในวงการนี้แล้วมีนิสัยแบบนี้ติดตัวไปตลอด บอกได้คำเดียวว่า พวกเราจะไม่มีวันทิ้งเธออย่างแน่นอน

 

หลังจากจียงแล้วเรายังไม่รู้เลยว่าเราจะชอบใครได้มากขนาดนี้ ถึงแม้ไม่เท่า แต่มันก็เป็นโมเมนท์ที่เกิดขึ้นมาแล้ว แล้วอาจจะขยับขยายวงกว้างไปเรื่อยๆ คืนนี้หลับฝันดี แม้ว่าใครจะไม่เข้าใจเอนทรี่นี้ก็ตาม ส่วนคนที่เข้าใจ คงรู้ว่าโมเมนท์นั้นมันเป็นยังไง ฝันดีค่ะทุกคน J :)

 

ตบท้ายด้วยพ่อหนุ่มผมยาว ขอถักเปียได้มั้ยน้องสาวววว

 

Double Click on image to Enlarge.

edit @ 18 Feb 2013 02:53:19 by KWONNOOLEK™

 

Title :: Silent...เงียบหน่อยนะจ๊ะที่รัก

Author :: CRAZE

Status :: T.O.PxG-DRAGON

Pairing :: Choi Seung Hyun and Kwon Ji Yong ft. YB, SR,DS

Genre :: Romantic Comedy

Rate :: ?????



cp.3



ตลกเป็นบ้าเลยนะควอนจียง ที่จู่ๆก็มารู้สึกดีกับคำขอบคุณของไอ้คนไร้มารยาทคนนี้ แต่ความรู้สึกนี้ก็อาจจะเป็นกับทุกคนก็ได้นะ ที่คนไร้มารยาทแบบนี้จะขอบคุณซักครั้ง แต่ก็เอาเถอะ ยังไงก็ตาม นายก็อยู่ที่นี่ไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ หายแล้วก็ไปซะเถอะ ชิ้วๆไป๊ๆ



จู่ๆซึงฮยอนก็ยื่นกระดาษกลับมาอีกครั้ง โปะเข้าไปที่หน้าของผมอีกครั้งหนึ่ง



'นอนล่ะนะ’



“โอเค ^__^o”

.
.




เชี่ย!!!!



จู่ๆกูไปโอเคกับมันทำส้นตีนตึกอะไรเนี่ย!!




ไอ้บ้านี่มันเขียนไอ้ตัวอักษรตัวนี้เสร็จ แล้วแม่งก็นอนลงต่อหน้าต่อตาของผมทันที แถมผมยังพยักหน้างึกๆอีกต่างหาก เคลิ้มนิดเคลิ้มหน่อย อย่ามาทำเป็นเจ้าเข้าเจ้าของบ้านคนอื่นนะเฟ้ย! ถึงบ้านนี้มันจะเล็ก จะแคบจะอยู่อย่างอัดๆ กระเบียดกระเสียน แต่ก็มีความสุขที่ได้อยู่ในบ้านหลังนี้มานับหลายปีนะเว้ย!!




ตอแหลใหญ่และกู =_=;;




ถึงจะอยู่มาได้แค่ไม่กี่วัน แต่นี่มันก็คือบ้านของผมนะ ผมไม่สามารถนำคนที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้ามาอยู่ไม่ได้หรอก เอาล่ะ! ผมต้องลากไอ้บ้านี่ออกไปทั้งๆที่แม่งยังนุ่งผ้าขนหนูชูฟูฟ่องอยู่นี่แหละ




ผมจัดการดึงขา...ไม่สิ! ลากตีนเลยดีกว่า ลากให้มันตกลงมาจากโซฟา แต่ก็...



อึ้บ!!




แผละ!!




แม่งกินควายเข้าไปหรือไงฟะ!! T_T ห่า!! หนักอย่างกะแหลกควายเข้าไป 10 ตัว แค่มันเอาขาหน้ามาฟาดคอผม ผมว่าผมสลบไปได้หลายสิบวันเลย ให้ตายเถอะ! ผมปล่อยขามันลงกับโซฟาเหมือนเดิมแล้วก็นั่งหอบแฮ่กๆอยู่ข้างๆเหมือนหมาหอบแดด




ผมว่าคงต้องปลุกมันขึ้นมาคุยและเจรจาพาทีกันให้รู้เรื่องเสียแล้วไม่งั้นเสียเวลาทำม
าหากินเลี้ยงชีพชอบของผมหมด




‘นี่มึง!!!’



อันนี้คือเสียงในความคิดผม....




“นี่นาย”




เผอิญว่าต้องพูดอย่างสุภาพๆ เพราะผมน่ารัก เรียบร้อย พูดน้อย เรียนเก่ง ปลูกต้นไม้ รักเด็ก กีฬาเด่น เน้นคุณธรรม นำสู่สังคม บ้านเมืองร่มเย็น จิตใจผ่องใส น้ำใจไมตรี ยินดีนะจ๊ะ =_=(คติอะไรของกูน่ะ)



ผมเอามือจับไปที่ผ้าเช็ดตัวแล้วก็กระตุกมันเล็กน้อยเผื่อมันจะสะดุ้งแล้วเด้งขึ้นมาจ
ับเอาไว้ไม่ให้หลุด แต่ตอนนี้ผมดึงจนมันจะกองไปหล่นอยู่ทื่พื้นแล้ว มันก็ยังคงนอนต่อไปอย่างไม่เกรงกลัวฟ้าดิน หน้าด้านหน้าชังจริงเชียว



ชิท! บ้านกูนะเฟ้ย! อย่ามาทำเป็นนอนยิ้มกะลิ้มกะเหรี่ยนะ! ผมว่าคงต้องใช้ไม้ตายแล้วล่ะ...




ใช้ไม้อ่อนแม่งพูดกันไม่รู้เรื่องใช่มั้ย!!!




เอาล่ะนะ!!





ย้ากกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!


.
.
.



“ฉันไหว้แล้วล่ะ T_T อย่ามาอยู่ที่นี่เลย แค่ตัวคนเดียว ฉันก็จะเอาตัวเองไม่รอดแล้วนะ ขอร้องล่ะนะ”




ผมยกมือผงกๆ เพื่อเป็นการขอร้องบุรุษหน้ากอลิล่าคนนี้ มันเหล่ตาขึ้นมามองผมเล็กน้อยก่อนจะเด้งตัวขึ้นมาจากโซฟาแล้วก็จ้องหน้าผมอย่างใกล้ช
ิดสนิทสนมกว่าเดิม เฮ้ย! ทำไมโคลสอัพคราวนี้มันใกล้จังวะ!




เชี่ยแล้วไง!




กูไปอยู่บนตักมันตั้งแต่เมื่อไหร่ฟะเนี่ย!!!!!!!!!!!





พอรู้สึกตัว ผมก็เด้งตัวเอง หมุนตัวท้อปสปิน ตีลังกายสกายวอร์ค ลงไปกองอยู่ที่พื้นล่างโซฟาทันที ตายห่า!!




ไยเราจึงไม่รู้ตัวเลยซักนิดล่ะเนี่ย T-T(มันอยู่ในความต้องการส่วนลึก)




ไอ้ซึงฮยอนอะไรนี่มองจ้องมาที่ผมพร้อมกับเหมือนส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง ซึ่งผมไม่รู้เรื่องการส่งสัญญาณทางสายตาเสียด้วย และเหมือนมันจะรู้แกว เลยชี้ๆจิ้มๆไปที่ตัวเอง แล้วก็ทำท่าเหมือนใส่เสื้อ





เอ๋!




หรือจะถามว่าเสื้อมันอยู่ไหน!




อ๋า!!




ใช่แน่ๆเลย ผมเลยชี้ไปที่หน้าต่างด้านนอก ที่มีเสื้อเปียกๆแฉะๆ แขวนเอาไว้อยู่ อย่าบอกนะว่ามันจะใส่แล้วออกไปเลยน่ะ! O_O




โอ้เยส!!


ควอนจียงทำมือเยสๆอย่างสะใจ พร้อมกับรีบปรี่ตัวไปเอาเสื้อผ้ามาให้คนตัวสูงใส่ทันที แต่ยังไม่ทันจะก้าวไปถึงชุด ก็มีไอ้บุรุษหน้ากอลิล่า เดินตัดหน้ามาหยิบเสื้อไปซะก่อน เหอะ! ก็ยังดีวะ! เราจะได้ไม่ต้องเหนื่อยเดินไปหยิบเอง ฮิฮะ สบายใจ




ซึงฮยอนล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อพร้อมกับหยิบบัตรอะไรบางอย่างขึ้นมา แล้วก็ยื่นมาให้ผม ผมเลยรับมันมาอย่างงงๆ แล้วก็มองไปที่บัตรนั้นอย่างสนใจ เอ๋...


.
.
.



นี่มัน!!! O_O


.
.
.


บัตรเหี้ยอะไรวะเนี่ย =_=




บัตรสีทองๆเป็นประกายๆ ดูไปดูมาก็สวยดีนะ เอาบัตรลดซูชิมาให้ทำไมเนี่ย ผมไม่เข้าใจที่คนๆนั้นกำลังกระทำกับผม ผมเลยเอาบัตรยื่นไปให้เขาดูแล้วพูดออกมา




"ฉันไม่กินซูชินะ =_= เอาบัตรลดมาให้ทำไม"




เขามองหน้าผมเหมือนกับมาจะงับหัวอย่างนั้นแหละ! เอ้า! อะไรฟะ! ก็คนไม่กินซูชิไม่เห็นต้องโกรธเลยนี่นา ปั๊ดโธ่เว้ย! ก็คนมันไม่กินอ่ะ แล้วจะให้ทำยังไง ถึงจะเอาบัตรลดมาให้กูก็ไม่กินหรอกเฟ้ย!



ซึงฮยอนเอานิ้วจิ้มไปที่อะไรซักอย่างบนบัตรนั้นแล้วยื่นกลับมาให้ผมอีกครั้งนึง



ผมสะกดมันช้าๆก็ได้ศัพท์คำนึงว่า














A...T...M


.
.
.
.
.





ชื่อร้านซูชิเหรอวะ =O=




โอ๊ะ! ไม่สิ ไม่ใช่ชื่อร้านซูชิ มันเป็นบัตรเอทีเอ็มต่างหาก! ผมว่าคนอ่านอาจจะด่าผมว่าไอ้ฟายแล้วก็ได้ เห๊อะ! ผมไม่โง่ขนาดที่จะแยกบัตรส่วนลดกับบัตรเอทีเอ็มไม่ออกหรอกนะ(แต่มึงโชว์โง่เต็มๆ)




"นายเอามาให้ฉันทำอะไร"



'เอาไปร่อนเล่นมั้ง'



อ้าวเฮ้ย! มันไปหยิบกระดาษ กับดินสอมาตอนไหนวะเนี่ย แล้วเขียนด่าผมได้เร็วมากๆ อะไรฟะ!




'ฉันให้นายเอาไปใช้เลย รหัส XXXX'




"เฮ้ย!! จริงดิ๊ O_O"




ผมตาโตเท่าไข่ห่าน ไข่หงส์แดง ไข่ผีแดง ไข่สิงโตคำราม เกิดมาเป็นลูกผู้ชายห้ามคืนคำนะเฟ้ย! ถ้าคืนคำนี่หมามากๆเลยล่ะ




'อืม...แต่'





มันมีแต่ด้วยล่ะครับ ชิบแล้วไง...ไอ้คนที่เกริ่นแต่มาเนี่ย แม่งได้เปรียบทุกรายเลยว่ะ อะไรกันเนี่ย ทำไมต้องมีแต่ด้วยวะ!! มีและ มีหรือ มีคือ มีกับ ไม่ได้เหรอไง ทำไมต้องมีแต่!!




"อะไรอ่ะ"




ผมถามเขาออกไปก็ได้คำตอบกลับมาอย่างหน้าประหลาดใจ




'ฉันจะขออยู่ที่นี่ด้วย'






"โห๊ะ! ^__^ แค่นี้เองเหรอ ฮ่าๆๆ สบายมากเพื่อน"





ผมตบบ่าคุณซึงฮยอนคนนี้สองสามแปะเพื่อเป็นพิธี ถือว่าเราเป็นแฟมิลี่กันล่ะน้า ส่วนตังค์นี่ก็ของฉันทั้งหมด วะฮะฮ่า!! ผมมองบัตรนี้อย่าหัวใจพองโตประหนึ่งเหมือนได้เจอกับรักแท้อะไรประมาณนั้น





"เอาเป็นว่า เริ่มแรกนะ เดี๋ยวฉันจะไปขอยืมเสื้อผ้าจากคนอื่นมาให้นายลองใส่ก่อน จะได้ออกไปข้างนอกซื้อของได้น่ะ ฉันว่าฝรั่งไซส์แบบนายมีเยอะแยะ"




ซึงฮยอนพยักหน้าอย่างว่าง่ายพร้อมกับเดินนำฉันไปที่ประตูทันที อ้าวเฮ้ย! ไยมึงเหมือนเจ้าของบ้านอย่างนี้ล่ะวะ ผมเลยรีบปรี่ไปที่ประตูตามเขาไปทันที




และทันทีที่ผมก้าวออกมาจากห้องก็ทำให้ผมรู้สึกสับสนไปหมด กูจะเลือกห้องไหนดีเนี่ย! เอา