มาต่อตอนที่ 2 อย่างรวดเร็วรุนแรงแซงทางโค้งค่ะ

Title    :: Silent...เงียบหน่อยนะจ๊ะที่รัก

 

Author :: CRAZE

 

Status  :: T.O.P×G-DRAGON


Pairing :: Choi Seung Hyun and Kwon Ji Yong ft. YB, SR,DS


Genre  :: Romantic Comedy

 

Rate     :: ?????

 

cp.2 

ตอนนี้ในห้องของผมกลายเป็นวงกลมขนาดใหญ่ที่หน้าจอทีวี เพราะอะไรเหรอครับ ก็เพราะว่าผมกำลังเดินเป็นวงกลมในเวลาที่นานพอตัว ตอนนี้ผมจะทำอย่างไรดี ผมเก็บเขากลับบ้านมาแล้ว เก็บกลับมาทำไมวะกู! แค่ตัวเองก็จะเอาไม่รอดอยู่แล้ว รังแต่จะเอาคนอื่นมาเพิ่มภาระให้ตัวเอง

 

 

 

  หากแต่ตอนนั้นคนๆนี้ไม่ตกอยู่ในสภาพที่หน้าเต็มไปด้วยเลือดและเนื้อตัวมีแต่บาดแผลเต็มไปหมด ผมคงไม่นำเขากลับมา  ผมเป็นคนจิตใจดีเป็นที่สุดในโลกหล้าไงล่ะครับ ทำยังไงได้ ผมเลยต้องลากไอ้หมอนี่ที่ตัวเหมือนกอลิล่ากลับมาบ้านที่เหมือนรังหนู 

 

"ฉันจะเอายังไงกับนายดีวะ!"

 

 

 

ผมหันไปพูดกับร่างที่ไร้สตินั้น และหน้าก็ยังคงเต็มไปด้วยเลือด...

 

 

ตายล่ะ!

 

 

ถ้าเบาะผมเปื้อนทำยังไงดีเนี่ย บ้านนี้ผมก็เช่าเขาอยู่ด้วย ซวยๆๆ ต้องรีบหายาหาผ้าอะไรหน่อยแล้ว...

 

ผมเดินวนไปรอบห้องเผื่อจะเจอยาหรืออะไรบ้าง...

 

 

โธ่เอ๊ย!

 

 

นี่กูเอายาไปไว้ไหนหมดวะเนี่ย หาตามซอกหลืบ ซอกเตียง หัวนอนอะไรๆก็ไม่มี อย่าบอกนะว่าอยู่ในส้วม ใครเขาจะเอาไปไว้วะ!

 

 

ผมจัดการเดินไปเปิดประตูห้องน้ำก็พบกับกล่องยาสามัญประจำบ้านทันที เฮ้ย! ใครแม่งเอาไปไว้วะ ห้องนี้ผมก็อยู่คนเดียวด้วย อย่าให้จับได้นะว่าใครแม่งโง่เสือกเอายาไปไว้ในส้วม(ใครล่ะ -_-)

 

 

 

ผมเดินไปที่โซฟาพร้อมกับเอาผ้าที่ชุบน้ำหมาดๆโปะลงไปที่ใบหน้านั้นทันที อ๋า~เลือด เลือด เลือด ทั้งนั้นเลย ผมแทบจะเบามือที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ ไมใช่ว่าผมกลัวเขาจะเจ็บแต่อย่างใด แต่มือผมสั่นนี่สิ ยอมรับเลยครับว่าสั่นกลัว ไม่ได้สั่นสู้

 

 

 

 

แผลที่หัวค่อนข้างจะแตกเยอะพอสมควรเพราะดูจากรอยบาดแผลแล้ว แผลไม่ค่อยลึกเท่าไหร่แต่ยาวน่าดู ดีนะครับที่เป็นตรงหน้าผาก ถ้าเลยมาทางหน้านี่เสียโฉมทีเดียว พอเช็ดหน้าเช็ดตามแขนขาเสร็จ ผมก็เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขา นอกจากตัวจะกอลิล่าแล้ว หน้าตายังกอลิล่าอีกต่างหาก ท่าทางมนุษย์พันธุ์หมอนี่ต้องสืบเชื้อสายมาจากลิงโดยตรง

 

 

 

ผมจัดการใส่ยาเอาผ้าพันแผลโพกไปที่หัว แล้วไม่ลืมเขียนคำว่ากู้ชาติลงไปด้วย บ้า! ผมไม่เล่นดีกว่า เสี่ยงคุกเสี่ยงตาราง ผมจัดเขาที่นั่งอยู่ให้นอนลงทันที แต่ด้วยเสื้อผ้าที่เปียกชื้นเล็กน้อยกลัวว่าจะทำให้เบาะโซฟาเปลอะ ผมเลยจัดการถอดเสื้อผ้าของเขาออก

 

 

 

 

ผมไม่ใช่เกย์ ผมไม่อาย ของตัวเองก็มีเหมือนๆกันจะอายทำไม แต่ว่าไซส์ของผมกับหมอนี่ เอ่อ...มันต่างกัน...เล็กน้อย ใช่! เล็กน้อยเท่านั้น ต่างกันไม่มากหรอก(ไม่อยากยอมรับ) แต่ผมไม่มีขนาดที่พอเหมาะให้เขาเลยนี่สิ เสื้อผ้าอีกต่างหาก หมอนี่ใส่ไปเสื้อผ้าผมขาดชัวร์ เอาเป็นว่า นุ่งผ้าเช็ดตัวไปก่อนแล้วกัน

 

 

 

 

 

ผมห่มผ้าให้ด้วยเพราะรู้ว่าต้องหนาวโคตรๆอย่างแน่นอน ขนาดผมใส่ครบชุดยังจะทนแทบไม่ไหว แต่หมอนี่ไม่ใส่อะไรเลย คงจะขนลุกขนพองพอตัว เอาเสื้อผ้าไปอบแห้งซักพักก็คงเสร็จ แล้วคราวนี้ภาระจะได้หมดไป

 

 

ผมจัดการเอาของที่ซื้อมาออกจากถุง ผมลืมบอกไปน่ะครับว่า พอผมเก็บเขากลับบ้านมา ผมก็ปล่อยให้เขานั่งอยู่แบบนี้ก่อนแล้วออกไปซื้อของ เพราะคิดว่ายังไงก็คงไม่ตายหรอก เพราะถ้าจะตายคงตายตั้งแต่โดนเขาโยนลงมาจากรถแล้วล่ะ ผมเลยรีบออกไปข้างนอกแล้วรีบกลับมา

 

 

ของที่ซื้อก็ล้วนเป็นแต่ของสำเร็จรูปทั้งนั้น ที่ผมซื้อมาเยอะพอสมควรคงจะเป็นบะหมี่แล้วก็กิมจิ ที่นี่มีขายด้วยสิครับน่าแปลกจัง แถมมีทรงเครื่องทุกอย่าง ผมก็เลยซื้อมาซะยกโหลกะกินแม่งทุกวันเลย ไม่เบื่อกันตายไปข้างนึงให้รู้ไป!

 

 

ผมต้มบะหมี่เสร็จก็มานั่งที่พื้นลานเอนกประสงค์ตรงข้ามกับทีวี หรือข้างล่างโซฟานั่นแหละ ลานนี้ใช้ทำประโยชน์ได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นนอน นั่ง เล่นหมากฮอต ปั่นแปะ โยคะ หรือจะเบรกแดนซ์ สามารถทำได้ทุกอย่าง แต่ทำได้แค่ทีละอย่างนะ เพราะมีอยู่ลานเดียว

 

 

ผมนั่งโซ้ยบะหมี่อย่างเอาเป็นเอาตายเหมือนขาดสารอาหารมาเป็นสิบปี แล้วจู่ๆเสียงๆหนึ่งก็ดังขึ้นมาข้างๆหูผม

 

 

"อื้อ..."

 

 

อื้อ...

 

อื้อคือใครวะ -_-;; โอ๊ะ! ไม่ใช่สิ เสียงหมอนี่มันครางนี่หว่า ผมเลยเงยหน้าขึ้นไปมองมัน แล้วจู่เขาก็พลิกนอนตะแคงข้างแล้วหน้ามันก็มาจ่อที่หน้าผมพอดี

 

 

เฮือก!!

 

 

ผมเป็นผู้ชายนะ แต่ก็ไม่อยากยอมรับอยู่ดีว่าหมอนี่มันหล่อแอทแทคจริงๆ หลอกระแทกเบ้าตาจังๆ ขนาดแม่งบาดเจ็บหัวแบะขนาดนี้ยังสามารถแอทแทคผมได้ ถ้าเกิดมันปกติแล้วจะขนาดไหนวะ!!

 

 

พรึ่บ!

 

 

"เหวยยย!!"

 

 

นั่นคือเสียงของผมเอง ที่กระโดดเหยงออกมาจากตัวโซฟา ก็เพราะจู่ๆไอ้บ้านี่ก็ลืมตาขึ้นมาแล้วก็โคลสอัพมาที่หน้าของผม เล่นเอาตกอกตกใจหมด เสียงขวัญซะเกือบต่อมแรดแตก

 

 หมอนั่นลืมตาขึ้นมามองหน้าผมโดยที่ไม่พูดอะไรซักคำเดียว ไม่พูดอะไรเลย แถมยังลุกขึ้นนั่งแล้วก็จ้องหน้าผมต่อ...

มันบ้าป่ะวะ!

 

 

 

นี่กูพาคนบ้าเข้าบ้านแน่ๆ

 

 

มีอย่างที่ไหน คนเพิ่งฟื้นแล้วทำท่าทางแบบนี้ เขามีแต่จะตกใจ ปิดนู่นปิดนี่ที่มันเปลือยออกมาแล้วตะโกนออกมาว่า 'ช้างกูอยู่ไส!!'

 

 

 

อ่อ! ไม่ใช่สิ นั่นมันต้มยำกุ้ง สงสัยผมดูหนังไทยมากไปหน่อย เขาจะต้องตะโกนออกมาเขา 'นี่ผมอยู่ที่ไหน คุณทำอะไรผม' บลาๆๆ เท่าที่ผมจะคิดออกตามหนังก็มีเท่านี้แหละ แต่นี่เปล่าเลย กลับลุกขึ้นมาแล้วมองผมนิ่งๆ

 

 

แปะ!

 

 

แล้วมันนอนต่อ!!!

 

 

พระเจ้าครับ! ช่วยบอกผมทีว่าผมเอาใครเข้าบ้าน!! ไม่พูด ไม่ถาม ไม่หือ ไม่อือ ไม่เชี่ยอะไรทั้งนั้นเลย แถมยังนอนต่อได้หน้าตาเฉย ผมเลยต้องเป็นคนไปโคลสอัพเขาเองทันที

 

 

 

"You!"

 

 

 

ผมใช้ภาษาอังกฤษที่ผมมี ซัดเข้าไป อย่านึกล่ะว่าภาษาของผมมีเยอะมากขนาดนั้น ศัพท์ง่ายๆของผมก็คือ Yes No OK Thank you I love U ก็แค่นี้ ผมมีติดตัวเท่านี้จริงๆ ผมยังงงๆอยู่เลยว่า ตม. ให้ผมผ่านเข้ามาได้ยังไง

 

 

 

และแล้วหมอนี่ก็ลืมตาขึ้นมาจ้องหน้าผมประหนึ่งกับว่ารำคาญเต็มทน...

 

 

 

อะไรกันวะ! นี่กูช่วยมึงนะเฟ้ย! หัดลุกขึ้นมาเช็คแฮนด์จับมือแล้วพูดว่า 'ขอบคุณมากๆนะครับที่ช่วยผม' หน่อยสิ กูรอมึงจนรากขึ้นหัวแล้วนะเว้ย! และผมก็ต้องเป็นคนออกปากเอง

 

 

 "I...I...I help you!!"

(ซับเกาหลี : กูช่วยมึงนะ!)

 

 

 เวลาผมพูดควรจะมีซับด้านล่างกันเอาไว้เผื่อใครไม่เข้าใจ ผมรวมศัพท์ได้เท่านี้จริงๆ ไม่เข้าใจก็คงจะเป็นเรื่องของมึง

แล้วล่ะ คุยกับฝรั่งที่หน้าเหมือนเอเชียเป็นครั้งแรกแบบใกล้ชิด ศัพท์ในหัวของผมเริ่มวิ่งพล่านไปทั่วตัว ศัพท์ยากๆไม่รู้จักผุดขึ้นมา แม่งผุดออกมาแต่คำง่ายๆ แคท ด็อก บุ๊ค แล้วกูจะคุยกับมันรู้เรื่องมั้ย

 

 

 

และแล้วมันก็ทำหน้าเหมือนว่าจะรำคาญผม แล้วก็หลับตานอนลงต่อ

 

 

 

"SHIT!!"

 

 

 

 อยากด่าเป็นภาษาอังกฤษให้เจ็บแสบกว่านี้แต่ผมมีคำนี้ติดตัวอยู่คำเดียว ใครก็ได้สอนผมแร็พด่าเป็นภาษาอังกฤษที

ผมชักจะทนไม่ไหวเลยต้องไปดึงตัวหมอนี่ขึ้นมานั่ง แล้วแหกตามันออกมา

 

 

 

"ผมช่วยคุณเอาไว้ หากว่าคุณเข้าใจที่ผมพูดก็พยักหน้าด้วย!"

 

 

เอาล่ะ กูแร็พเป็นเกาหลีแล้ว หากมึงฟังได้แล้วรู้เรื่องคือเก่งมากๆ